รายงานพิเศษโดยชุมชน เพื่อชุมชน

"ชีวิตริมเล.....หลังสึนามิ"

...............................

หลวงพ่อวาง

           หลังภัยพิบัติสึนามิผ่านพ้นไปแล้ว โลกจึงตระหนักถึงคุณค่าของป่าชายเลนมากขึ้น ว่าผืนป่าแห่งนี้เองที่ช่วยให้ผู้คนรอดชีวิตนับไม่ถ้วน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีโครงการเกี่ยวกับการฟื้นฟูป่าชายเลนมากมาย นอกเหนือไปจากโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยรูปแบบอื่น

          ผ่านมา 4 ปี พบว่า ไม่ใช่ทุกโครงการที่เกี่ยวกับป่าชายเลนจะประสบความสำเร็จทั้ง ๆ ที่ดูเหมือนไม่ยุ่งยากเลยกับเรื่องป่าชายเลน

          ต่อเรื่องนี้องค์กรว่าด้วยการอนุรักษ์ที่ฝังตัวอยู่ในพื้นที่ อย่าง IUCN หรือองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ทราบถึงข้อจำกัดดี ว่านอกจากแนวทางฟื้นฟู มิใช่เพียงแค่ฟื้นระบบนิเวศน์ป่าชายเลนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ต้องหมายถึงวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของคนในท้องถิ่นด้วย ทุกอย่างถึงจะก้าวหน้าไปด้วยดี

          ในฐานะที่เป็นตัวกลางประสานของหลายโครงการที่ลงไปในพื้นที่ IUCN จึงทำงานได้สอดคล้องเป็นอย่างดีกับ โครงการชายฝั่งสีเขียว(Green Coast)และโครงการป่าชายเลนเพื่ออนาคต(MFF-Mangroves for the Future)

          ขณะ ที่ โครงการป่าชายเลนเพื่ออนาคตมุ่งหวังเพิ่มความเข้มแข็งด้านความยั่งยืนของ สิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาชายฝั่งและส่งเสริมกาารลงทุนและความพยายามจัดการ ระบบนิเวศน์ชายฝั่ง โครงการชายฝั่งสีเขียวก็มีเป้าหมายฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตไป พร้อม ๆ กันด้วย

          เคล็ดลับสำคัญจึงอยู่ที่การเฟ้นหาตัว "ผู้นำ" ที่จะมารับผิดชอบและประสานงานกับคนในพื้นที่

          รวมไปถึงแนวคิดหลักที่จะทำให้ขบวนการทำงานเป็นหนึ่งเดียว ซึ่ง IUCN ยึดแนวทางกระบวนการจัดการทรัพยากรอย่างมีส่วนร่วม "จากภูเขา ถึงทะเล" ซึ่งเป็นไปตามพื้นที่ทำงาน อย่าง อ.คุระบุรี จ.พังงา และ อ.เมือง จ.ระนอง

          รายรอบตัว อำเภอคุระบุรี จึงมี กลุ่มอนุรักษ์เขาแม่นางขาว ขณะที่อ่างทุ่งนางดำ บ้านทุ่งนางดำ มี นางพิมพ์สนิท สุกสะอาด อดีต อบต.ที่ปัจจุบันเป็นประธานการท่องเที่ยวของอ่าวทุ่งนางดำ และทำงานอนุรักษ์ไปพร้อม ๆ กัน

          พอข้ามไปยังเขตระนอง ที่บ้านนาคา อ.สุขสำราญ ก็มี กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ชื่อ "เพลินไพรศรีนาคา" คอยดูแลต้นน้ำไปถึงปลายน้ำเช่นกัน คือจากคลองนาคาไปถึงอ่างกะเปอร์ ซึ่งตรงอ่าวกว้างใหญ่แต่ไม่เวิ้งว้างแห่งนี้ มีกลุ่มชายบ้านรอบอ่าวช่วยกันดูแลอยู่ด้วย อย่างนี้เป็นต้น

          ทางด้าน สมศักดิ์ สุนทรนวภัทร ผู้จัดการ โครงการประเทศไทย IUCN ออกตัวว่า เขาแทบไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากหาตัวกลุ่มและผู้นำเหล่านี้ให้เจอเท่านั้นเอง และที่สำคัญ  ชาวบ้านเขามีกลุ่มขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยที่เขาไม่ได้ช่วยก่อตั้งใด ๆ ด้วยซ้ำ จะมีก็เพียงนำแต่ละกลุ่มมาพบปะแลกเปลี่ยนกันเท่านั้นเอง

          กรณีอ่าวทุ่งนางดำ เห็นได้ชัด เพราะตอนสึนามิได้รับผลกระทบมากเนื่องจากถูกคลื่นยักษ์ซัดมาอย่างแรงจนเกาะขาดเป็นสองส่วนอย่างน่าเสียดาย ด้วยอ่าวแห่งนี้เป็นแหล่งหญ้าทะเล ซึ่งเป็นอาหารของพะยูนแหล่งใหญ่แห่งหนึ่งของคุระบุรี ถึง 4.5 ตารางกิโลเมตร จากทั้งหมดที่พบในพังงา 20 ตารางกิโลเมตร จึงน่าตกใจที่ผลกระทบสึนามิทำให้หญ้าทะเลเสียหายไปถึง 80%

          การฟื้นฟูป่าชายเลนยังอ่าวทุ่งนางดำจึงมีความสำคัญมาก แต่จะแค่ปลูกต้นโกงกาง, แสม, ลำพู ฯลฯ แซมลงไปอย่างเดียวคงไม่ได้ จะต้องดึงให้คนในเกาะมามีส่วนร่วมด้วย เพราะถ้า ป่าชายเลนดี อนุบาลสัตว์น้ำได้มาก อนาคตของหญ้าทะเลก็จะพุ่งพรวดไปตามสภาพแวดล้อมด้วย

          หลังจากสึนามิมาจึงมีการปลูกหญ้าทะเลเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งหญ้าทะเลนั้น แม้ว่าจะสามารถฟื้นตัวได้โดยธรรมชาติ แต่หากว่ามีตะกอนมาก การเจริญเติบโตก็ย่อมไม่ได้ผลซึ่งทางทีมนักวิจัยของ IUCN ต้องศึกษาต่อว่าตะกอนนั้นเกิดขึ้นมาตามธรรมชาติ หรือว่าเกิดจากสาเหตุใด

          พร้อมกันนั้นได้รณรงค์ให้เยาวชนมามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ด้วย ทั้งปลูกหญ้าทะเล และเป็น "นักวิจัยน้อย" ไปในตัว ขณะที่ จิพิมพ์สนิท เองไม่ได้ทำงานเผยแพร่และอนุรักษ์อย่างโดดเดี่ยว นอกจากชาวบ้านแล้ว ยังมี พีระญา ลูกสาวมาช่วยดูแลค่ายเยาวชนอีกด้วย

          ขณะเดียวกัน ได้มีโครงการ "ปิดอ่าว" ห้าทำการประมงเป็นเวลา 1 ปี ด้วย แต่ไม่ได้ตัดสินใจเฉพาะคนในอ่าวทุ้งนางดำ แต่หมายถึง อบต.ทุกหมู่บ้านในตำบลคุระ จับมือพร้อมใจออกระเบียบร่วมกัน เช่น ห้ามมีการระเบิดปลา ใช้อวนลาก หรืออุปกรณ์จับสัตว์น้ำที่มีอานุภาพการทำลายล้างสูงใด ๆ เป็นต้น สำหรับการเปิดอ่าวขนาด 2 พันไร่จะเริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2552

          ที่ศาลาท่าเรือข้ามไปยังอ่างทุ่งนางดำจึงมีนิทรรศการเกี่ยวกับหญ้าทะเลติดตั้งให้ผู้สัญจรผ่านไปมาได้ชมด้วย ทั้งวงจรชีวิตและหญ้าทะเล ตลอดจนแผนที่และอุปกรณ์ในการประมงต่าง ๆ
            หาดทุ่งนางดำ            เทือกเขาแม่นางขาวถ่ายจากทะเล
          ขณะ ที่การอนุรักษ์อ่าวทุ่งนางดำรุดหน้าจากชายฝั่งทะเลเข้ามายังภูเขาในตัวคุระบุรีก็มีความคืบหน้าของการดูแลป่าของชาวบ้านรอบเขาแม่นางข่าวเช่นกัน ในนาม "เครือข่ายอนุรักษ์เขาแม่นางขาว"

          ถามว่า เขาแม่นางขาวสำคัญอย่างไรต้องบอกว่า เขาลูกนี้สูงใหญ่ ตั้งอยู่ระหว่างอุทยานแห่งชาติศรีพังงา และชายฝั่งทะเลคุระบุรี ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ตำบลแม่นางขาว และตำบลบางวัน รายล้อมด้วย 6 หมู่บ้าน ไม่ว่าจะอยู่บ้านนายทุย บ้านทุ่งรัก บ้านบางแดด บ้านบางเอียง บ้านบางดิบ หรือบ้านคุรอด จะเห็นเขาแม่นางขาวตระหง่าน ซึ่งยอดเขานี้สูงสุดประมาณ 615 เมตร

          ด้วยสภาพป่าดงดิบที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ จึงควรอนุรักษ์อย่างยิ่ง ทั้งที่ในอดีตพื้นที่กว่า 2 หมื่นไร่แห่งนี้ เป็นที่สัมปทานไม้มาก่อน แต่ปัจจุบันนี้มีพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าหายาก โดยเฉพาะ นกเหงือก ชะนี หมี ยังคงมีให้เห็นอยู่ หากไม่อนุรักษ์ป่าต้นน้ำแห่งนี้เสียแล้ว ทะเลมีหรือจะพ้นขีดอันตราย

          ในเครือข่ายอนุรักษ์เขาแม่นางขาวจึงมี "หน่วยเฉพาะกิจ" ขึ้นมาเป็นเหมือนอาสาสมัครชุมชน คอยดูแลทั้งชายฝั่งและบนฝั่ง แต่ส่วนใหญ่ปัญหาทางชายฝั่งซึ่งเป็นป่าชายเลน ไม่ค่อยถูกบุกรุกแล้ว จะมีก็การบุกรุกพื้นที่ในป่าเป็นส่วนใหญ่

          หน่วยเฉพาะกิจชุดนี้มีเครื่องแบบสีกรมท่าครบทุด นอกจากหน้าที่เฝ้าระวังดูแลแล้ว มีอำนาจจับกุมได้ตามที่ได้รับมอบหมายจากกรมทรัพยากรธรรมชาติ
                         หน่วยเฉพาะกิจพิทักษ์ป่า                หน่วยเฉพาะกิจพิทักษ์ป่าออกตรวจจตราลาดตระเวนป่า
          อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาในรอบเกือบสิบปีที่มีเครือข่ายนี้ขึ้นมา ก็ยังมีการบุกรุกไม่มากนัก ประการหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะกฎหมายชุมชนที่เครือข่ายได้ร่วมกันร่างขึ้นมาก็เป็นได้ เพราะก่อนที่กระบวนการจะถึงกฎหมายป่าไม้แล้ว ในกฎเกณฑ์ของสังคมที่ตกลงกันไว้ก็คือ หากมีการบุกรุกพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง จะโดนทั้งผู้บุกรุกและเจ้าของพื้นที่ที่อยู่ติดกันโทษฐานที่ละเลยปล่อยให้มีการบุกรุกเกิดขึ้น

          ส่วนพื้นที่ที่ถูกบุกรุกนั้น จะถูกยึดคืนแล้วนำไปปลูกป่าต่อไป จึงไม่น่าแปลกใจที่ป่าไม้ในพื้นที่จะสูงใหญ่กว่าสิบเมตรขึ้นไป
            
          ทวนเพชร เส็งเจริญสุข หนึ่งในทีมเฉพาะกิจ ภาคภูมิใจในการทำหน้าที่เป็นอย่าง มาก แม้อำนาจหน้าที่สามารถจับกุมได้ไม่มากเหมือนตำรวจ หรือค่าตอบแทนไม่สูง แต่หากสามารถช่วยรักษาป่ารอบเขาแม่นางเขาได้ให้อยู่ถึงรุ่นลูกหลานได้ จึงเต็มใจยิ่ง พร้อมการดูแลป่าเครือข่ายยังได้มีกองทุนเงินออมของแต่ละกลุ่มด้วย

 

 
กลับหน้าบทความ                           หน้าถัดไป